ร้านค้าอุปกรณ์เซฟตี้ ↗
ร้านค้าอุปกรณ์เซฟตี้ ↗

มาตรฐานความปลอดภัยที่ “จป.” ต้องรู้จัก มีอะไรบ้าง? ฉบับอัปเดตสำหรับปี 2568

มาตรฐานความปลอดภัยที่ “จป.” ต้องรู้! เจาะลึก พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ 2554 ประกาศกระทรวงแรงงาน และหน้าที่ จป.แต่ละระดับ ที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทุกคนต้องเข้าใจ

มาตรฐานความปลอดภัยที่ “จป.” ต้องรู้จัก มีอะไรบ้าง? ฉบับอัปเดตสำหรับปี 2568

ในโลกของการทำงานที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง การมี “เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน” หรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า “จป.” ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยให้กับแรงงานในทุกภาคอุตสาหกรรม บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเกี่ยวกับ มาตรฐานความปลอดภัยที่จป.ทุกระดับต้องรู้จัก ทั้งในแง่ของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง บทบาทหน้าที่ของจป. และข้อกำหนดสำคัญที่ห้ามละเลย

🛡️ ทำความรู้จักกับกฎหมายแรงงานและความปลอดภัย

1. พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554

กฎหมายฉบับหลักที่จป.ต้องรู้ลึกและเข้าใจให้ถ่องแท้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในสถานประกอบการ และบังคับให้นายจ้างมีหน้าที่จัดให้ลูกจ้างทำงานในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

ประเด็นสำคัญจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ ได้แก่:

  • การจัดตั้งระบบบริหารความปลอดภัยในสถานประกอบการ 
  • การจัดทำแผนฉุกเฉิน และการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย 
  • การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานในแต่ละระดับตามขนาดและประเภทของกิจการ 
  • การมีบทลงโทษทางกฎหมายแก่ผู้ไม่ปฏิบัติตาม 

2. ประกาศกระทรวงแรงงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

ประกาศเหล่านี้เป็นแนวปฏิบัติที่มีผลทางกฎหมาย และเป็นภาคขยายจาก พ.ร.บ. เพื่อให้รายละเอียดชัดเจนขึ้นในเรื่องต่าง ๆ เช่น:

  • การควบคุมสารเคมีอันตราย 
  • การใช้เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) 
  • การทำงานในพื้นที่อับอากาศ 
  • การควบคุมเสียงดัง ฝุ่น ควัน และสภาพแวดล้อมในการทำงาน 
  • การฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับความปลอดภัยตามประเภทงาน 

จป.ที่ดีควร อัปเดตข้อมูลประกาศเหล่านี้อยู่เสมอ เพื่อให้สามารถวางแผนและบริหารจัดการด้านความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

👷‍♂️ บทบาทและหน้าที่ของ “จป.” ในแต่ละระดับ

พระราชบัญญัติความปลอดภัยฯ ได้กำหนดระดับของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานออกเป็น 5 ระดับ โดยแต่ละระดับมีหน้าที่และบทบาทที่แตกต่างกันไปตามขนาดของสถานประกอบการ

1. จป. ระดับพื้นฐาน (จป.ปฏิบัติงาน)

  • มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในระดับหน้างาน เช่น ตรวจสอบความปลอดภัยในการทำงานของตนเองและเพื่อนร่วมงาน 
  • รายงานอันตรายที่พบให้แก่ผู้บริหารหรือจป.ระดับสูงกว่า 
  • ส่งเสริมให้พนักงานใช้ PPE อย่างถูกต้อง 

2. จป. ระดับเทคนิค

  • ช่วยตรวจสอบ วิเคราะห์ และควบคุมความเสี่ยงในงานระดับกลาง 
  • วางแผนงานความปลอดภัยเบื้องต้น 
  • ให้คำปรึกษาแก่พนักงานในหน่วยงาน 

3. จป. ระดับเทคนิคขั้นสูง

  • มีบทบาทในการบริหารจัดการงานความปลอดภัยทั้งระบบ 
  • ประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ พร้อมเสนอแนวทางป้องกัน 
  • จัดทำแผนฝึกอบรมด้านความปลอดภัยให้กับพนักงาน 

4. จป.วิชาชีพ

  • ถือเป็น “ผู้เชี่ยวชาญ” ที่ต้องผ่านการอบรมและสอบจากหน่วยงานที่รับรอง 
  • วางระบบความปลอดภัยในสถานประกอบการทั้งหมด 
  • ตรวจสอบและปรับปรุงแผนความปลอดภัยประจำปี 
  • มีอำนาจให้คำแนะนำโดยตรงต่อผู้บริหารระดับสูง 

5. จป.บริหาร

  • ทำหน้าที่ด้านนโยบายและกำหนดทิศทางความปลอดภัยขององค์กร 
  • วางแผนยุทธศาสตร์ความปลอดภัยในระยะยาว 
  • ประสานงานกับหน่วยงานภายนอก เช่น กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 
  • สนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย 

✅ สรุป: ความรู้เรื่องมาตรฐานความปลอดภัย คือ “หัวใจ” ของการเป็นจป.ที่มีคุณภาพ

หากคุณเป็นหรือกำลังจะเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) การเข้าใจในกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และสามารถปกป้องชีวิตของแรงงานได้อย่างแท้จริง

อย่าลืมว่า “ความปลอดภัย” ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎระเบียบ แต่คือความรับผิดชอบของทุกคนในองค์กร — และคุณคือแนวหน้าในการสร้างความเปลี่ยนแปลงนั้น

📚 แหล่งอ้างอิงของบทความ:

  1. พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554

    • เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา: www.ratchakitcha.soc.go.th

    • กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน: osh.labour.go.th

  2. ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

    • กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน: osh.labour.go.th

  3. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)

    • สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.): www.tisi.go.th

  4. ANSI / ASTM / CE / JIS PPE Standards

    • American National Standards Institute (ANSI): www.ansi.org

    • ASTM International: www.astm.org

    • European Commission – CE Marking: ec.europa.eu

    • Japanese Industrial Standards (JIS): www.jisc.go.jp

  5. มาตรฐานระบบการจัดการ ISO

    • ISO Official Website: www.iso.org

    • มาตรฐาน ISO 45001: Occupational Health and Safety Management Systems

    • มาตรฐาน ISO 9001: Quality Management Systems

    • มาตรฐาน ISO 14001: Environmental Management Systems

  6. OSHA (Occupational Safety and Health Administration, USA)

    • Confined Spaces: OSHA 1910.146

    • Fall Protection: OSHA 1926 Subpart M

    • Hazard Communication / SDS: OSHA 1910.1200

  7. NIOSH (National Institute for Occupational Safety and Health)

  8. ระบบ GHS (Globally Harmonized System of Classification and Labelling of Chemicals)

    • UNECE – GHS guidelines: unece.org

  9. คู่มือการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)

    • กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน: เอกสารประกอบการอบรม และแนวปฏิบัติในสถานประกอบกิจการ

    • คู่มือ ISO 45001 ฉบับภาษาไทยจาก สำนักงานคณะกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติ

หมวดรอบรู้ด้านสุขภาพ

คุกกี้ที่จำเป็นเปิดใช้เสมอ

ทำให้เว็บไซต์ทำงานได้ เช่น จดจำภาษาที่คุณเลือก การตั้งค่าคุกกี้นี้ และการป้องกันสแปมในแบบฟอร์ม ปิดไม่ได้

จดจำว่าคุณเคยส่งข้อความถึงเราแล้ว (เก็บเฉพาะเลขอ้างอิงและวันที่ในเบราว์เซอร์ของคุณ 14 วัน) เพื่อไม่ต้องแจ้งซ้ำ

นโยบายการใช้คุกกี้