อาการปวดหัวข้างขวา อันตรายหรือไม่ พร้อมสาเหตุและวิธีป้องกัน

แชร์บทความนี้

โดยทั่วไปแล้ว เวลาที่เรามีอาการป่วย ไม่สบาย หรือมีปัญหาสุขภาพ อาการหลัก ๆ เบื้องต้นที่ร่างกายจะแสดงออกก็คือ อาการปวดหัว ซึ่งอาการปวดหัวที่ว่านี้มีด้วยกันหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นก็คืออาการปวดหัวด้านขวา ซึ่งเป็นการปวดหัวข้างเดียวที่ดูเหมือนจะปกติธรรมดาที่กินยาแล้วก็หาย

แต่รู้หรือไม่ว่า ในความเป็นจริงแล้ว อาการปวดหัวข้างขวานี้มีนัยแอบแฝงที่มากกว่านั้น เพราะนี่คือสัญญาณเตือนเรื่องสุขภาพที่ร่างกายกำลังบอกเราอยู่ว่า ต้องปรับรูปแบบการใช้ชีวิตแล้วนะ ใครที่มีอาการนี้บ่อย ๆ ต้องรีบเช็กด่วนแล้ว

ปวดหัวข้างขวา มีอาการและสาเหตุจากอะไร

ลักษณะอาการเบื้องต้นของการปวดหัวข้างขวาก็คือ อาการปวดหัวตุบ ๆ เป็นระยะ หรือในบางคนอาจปวดแบบรุนแรงเป็นช่วง ซึ่งบางทีกินยาแก้ปวดก็หาย บางทีก็ไม่หาย ปวดต่อเนื่องเป็นวัน ๆ ลองมาดูว่า สาเหตุหลัก ๆ ของอาการนี้มาจากอะไรได้บ้าง

  1. การใช้ชีวิตประจำวัน ในแต่ละวันเราต้องทำและพบเจออะไรหลายอย่าง ซึ่งก็มีโอกาสที่จะทำให้เกิดอาการปวดหัวข้างขวาได้ เช่น ความเครียด อาการอ่อนล้าจากการทำงานหนัก ๆ และปัญหากล้ามเนื้อที่คอซึ่งส่งผลไปยังส่วนศีรษะ
                   2. โรคภูมิแพ้ คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ มีโอกาสมีอาการปวดหัวข้างขวาร่วมด้วยได้ เนื่องจากภูมิแพ้จะทำให้เกิดการอักเสบในโพรงจมูก ซึ่งส่งผลต่อหลอดเลือดและกล้ามเนื้อในบริเวณหน้าผาก
                    3. การกินยาแก้ปวดที่มากเกินไป ใครจะรู้ว่ายาที่จะช่วยเราบรรเทาอาการปวดหัว จะเป็นหนึ่งสาเหตุของการปวดหัวเสียเอง ซึ่งการกินยาเกินแก้ปวดที่มากเกินไป จะทำให้เราปวดหัวได้เพราะร่างกายได้รับยาเกินขนาด ซึ่งตรงนี้ยังรวมไปถึงการได้รับคาเฟอีนในปริมาณมากกว่าที่ร่างกายจะรับได้ด้วย
                    4. โรคระบบประสาท ถ้าไม่นับสาเหตุข้างต้นซึ่งเป็นเรื่องทั่วไปแล้ว อาการปวดหัวข้างขวาข้างเดียว อาจมีสาเหตุมาจากโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาทได้เช่นกัน อย่างโรคหลอดเลือดแดงที่ขมับอักเสบ โรคปวดเส้นประสาทใบหน้า เป็นต้น

เราจะป้องกันอาการปวดหัวข้างขวานี้ได้อย่างไร

พอได้รู้สาเหตุกันแล้ว ต่อไปก็มาถึงการป้องกันบ้าง ซึ่งเราแนะนำว่า ในการใช้ชีวิตระหว่างวัน ให้คุณพยายามอย่านั่งทำงานท่าเดิมนาน ๆ ให้ลองปรับท่าทางเพื่อลดความตึงเครียดของร่างกาย จากศีรษะ คอ และไหล่ เป็นช่วง ๆ อย่างน้อยก็ 30 นาที ปรับครั้งหนึ่ง รวมไปถึงควรหาเวลาพักงีบ ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวที่เกิดจากความเหนื่อยล้าได้ดีเลย แล้วก็อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะ

ส่วนใครที่เป็นภูมิแพ้ก็ต้องดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดี ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ และควรหลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่อาจไปกระตุ้นอาการปวดหัว อย่างเช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ ซึ่งต้องระวังเรื่องปริมาณคาเฟอีนให้ดี หากคุณมีอาการปวดหัวอยู่บ่อย ๆ

เพราะสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ หากพบสัญญาณเตือนที่ร่างกายพยายามบอกเรานี้ ก็อย่าปล่อยผ่าน แนะนำว่าให้รีบกลับมาดูแลตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ กินยา และรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วนเลยนะ

ขับรถลุยน้ำท่วมอย่างไร ไม่ให้เครื่องดับ ถ้าเครื่องดับทำยังไง และหลังลุยน้ำแล้วต้องตรวจเช็คอะไรบ้าง

แชร์บทความนี้

แชร์บทความนี้จากสถานการณ์ฝนตกหนักล่าสุด ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ทางส

อ่านเพิ่มเติม »

มีการเปลี่ยนแปลงอะไรใน มาตรฐาน NFPA 1981/1982 :2018

แชร์บทความนี้

อย่างที่ทราบกันสำหรับ มาตรฐาน NFPA 1981/1982 ฉบับปีล่าสุด 2018 ที่ถือได้ว่าเข้มงวดและมีการปรับปรุงมาตรฐานทุกๆ 5 ปี โดยในแวดวงของผู้พัฒนา

อ่านเพิ่มเติม »