ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus): ภัยเงียบที่โลกจับตา และความเสี่ยงที่ไทยต้องไม่ประมาท

แชร์บทความนี้

ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) คือหนึ่งในเชื้อไวรัสอุบัติใหม่ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้อยู่ในกลุ่มโรคที่มีศักยภาพก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ เนื่องจากมีอัตราการเสียชีวิตสูง ติดต่อจากสัตว์สู่คน และยังไม่มียารักษาเฉพาะหรือวัคซีนใช้อย่างแพร่หลาย บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักไวรัสนิปาห์อย่างรอบด้าน พร้อมชี้ให้เห็นความเสี่ยงที่ประเทศไทยต้องเฝ้าระวังอย่างจริงจัง

ไวรัสนิปาห์คืออะไร

ไวรัสนิปาห์เป็นเชื้อไวรัสในตระกูล Paramyxoviridae พบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2541–2542 ที่ประเทศมาเลเซีย โดยมีค้างคาวผลไม้ (Flying Fox) เป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ เชื้อสามารถแพร่จากสัตว์สู่คน และจากคนสู่คนในบางสถานการณ์

จุดที่ทำให้ไวรัสนิปาห์น่ากังวล คือ อัตราการเสียชีวิตสูงประมาณ 40–75% ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ระบบสาธารณสุข และความรวดเร็วในการรักษา

อาการของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์

ผู้ติดเชื้ออาจมีอาการตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง ได้แก่

  • ไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก
  • สมองอักเสบ (Encephalitis)
  • ชัก หมดสติ และอาจเสียชีวิตภายในไม่กี่วัน

บางรายอาจเกิด ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทในระยะยาว แม้รอดชีวิตแล้วก็ตาม

ช่องทางการแพร่เชื้อ

ไวรัสนิปาห์สามารถแพร่กระจายได้หลายทาง ได้แก่

  1. จากสัตว์สู่คน
    • การสัมผัสสารคัดหลั่งของค้างคาวผลไม้
    • การบริโภคผลไม้หรืออาหารที่ปนเปื้อนน้ำลาย/ปัสสาวะค้างคาว
    • การสัมผัสสัตว์เลี้ยง เช่น สุกร ที่ติดเชื้อ
  2. จากคนสู่คน
    • การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย
    • สารคัดหลั่งทางเดินหายใจ เลือด หรือของเหลวในร่างกาย

ทำไมประเทศไทยจึงมีความเสี่ยง

แม้ประเทศไทยยังไม่พบการระบาดของไวรัสนิปาห์ในคนอย่างเป็นทางการ แต่มีหลายปัจจัยที่ทำให้ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

  • ประเทศไทยมี ค้างคาวผลไม้หลายชนิด ซึ่งอาจเป็นแหล่งรังโรค
  • สภาพภูมิอากาศเขตร้อน เอื้อต่อการดำรงอยู่ของเชื้อไวรัส
  • การบริโภคผลไม้สด และการแปรรูปอาหารจากธรรมชาติ
  • การเดินทางข้ามประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการติดต่อสูง
  • ความใกล้ชิดระหว่างคน สัตว์ป่า และสัตว์เลี้ยงในบางพื้นที่

หากเกิดการนำเข้าเชื้อจากต่างประเทศโดยไม่รู้ตัว อาจนำไปสู่การแพร่กระจายภายในชุมชนได้

นักท่องเที่ยวอินเดีย: ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา

อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่เคยพบการระบาดของไวรัสนิปาห์หลายครั้ง โดยเฉพาะในบางรัฐ เช่น เกรละ (Kerala) ซึ่งมีรายงานการติดเชื้อและการเสียชีวิตจากไวรัสชนิดนี้เป็นระยะ แม้การระบาดจะอยู่ในวงจำกัด แต่ก็สะท้อนถึงการมีอยู่ของเชื้อในธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของ นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเพื่อการท่องเที่ยว การรักษาพยาบาล และการจัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้เกิดความเคลื่อนไหวของผู้คนจำนวนมากในระยะเวลาสั้น

ประเด็นที่ควรตระหนัก ได้แก่

  • ความเป็นไปได้ของ การนำเชื้อข้ามประเทศโดยไม่แสดงอาการในระยะแรก
  • ระยะฟักตัวของไวรัสนิปาห์ที่อาจยาวนานหลายวัน ทำให้การคัดกรองด้วยอุณหภูมิร่างกายเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
  • การท่องเที่ยวแบบกลุ่ม การเข้าร่วมกิจกรรมหนาแน่น และการพักรวม อาจเพิ่มโอกาสแพร่กระจายเชื้อหากมีผู้ติดเชื้อปะปน

ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่านักท่องเที่ยวอินเดียเป็นต้นเหตุของโรค แต่เป็นการสะท้อนถึง ความจำเป็นในการเฝ้าระวังโรคตามหลักสาธารณสุขสากล ในยุคที่การเดินทางระหว่างประเทศเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

การคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง การให้ข้อมูลด้านสุขภาพแก่นักท่องเที่ยว และการเตรียมความพร้อมของสถานพยาบาลในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ จึงเป็นมาตรการสำคัญในการลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดในประเทศไทย

ปัจจุบันมีวัคซีนหรือยารักษาหรือไม่

ณ ปัจจุบัน ยังไม่มียารักษาเฉพาะหรือวัคซีนสำหรับไวรัสนิปาห์ที่ใช้ทั่วไป การรักษาเป็นการประคับประคองตามอาการ เช่น การดูแลระบบหายใจ การลดความดันในสมอง และการรักษาภาวะแทรกซ้อน

นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้การป้องกันและการเฝ้าระวังมีความสำคัญสูงสุด

วิธีป้องกันและลดความเสี่ยง

ประชาชนสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงการบริโภคผลไม้ที่ถูกสัตว์กัดแทะ หรือไม่ผ่านการล้างอย่างสะอาด
  • หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหวานจากธรรมชาติที่ไม่ได้ผ่านการต้ม
  • ไม่สัมผัสค้างคาวหรือสัตว์ป่าที่ป่วยหรือตาย
  • สวมอุปกรณ์ป้องกันเมื่อทำงานใกล้ชิดกับสัตว์
  • หากมีอาการไข้ร่วมกับอาการทางระบบประสาท ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติความเสี่ยง

บทสรุป: ภัยใกล้ตัวที่ต้องตระหนัก

ไวรัสนิปาห์อาจยังไม่ใช่โรคระบาดในประเทศไทย แต่ด้วยความรุนแรงของโรค อัตราการเสียชีวิตที่สูง และศักยภาพในการแพร่จากคนสู่คน ทำให้ไวรัสชนิดนี้เป็น ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

การตระหนักรู้ เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมทั้งในระดับบุคคลและระบบสาธารณสุข คือกุญแจสำคัญในการป้องกันไม่ให้โรคอุบัติใหม่กลายเป็นวิกฤตใหญ่ในอนาคต

การเลือกหน้ากากกันฝุ่น กันเชื้อโรค

แชร์บทความนี้

เราจึงควรต้องมีความรู้ ในการเลือกหน้ากากให้ถูกชนิดจึง แนะนำการเลือกหน้ากากกันโรค เพื่อการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ สร้างความปลอดภัยได้…

อ่านต่อ »

Surgical Mask VS N95 แตกต่างอย่างไร ใช้อย่างไร

แชร์บทความนี้

Surgical Mask VS N95 แตกต่างอย่างไร ใช้อย่างไร ในความเป็นจริงแล้ววัตถุประสงค์ของการใช้งานได้ถูกแบ่งแยกเอาไว้อย่างชัดเจนเพื่อให้เกิด

อ่านเพิ่มเติม »

เหตุผลที่ควรเลือกใช้ ชุดดับเพลิง ที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานNFPA 1971

แชร์บทความนี้

ในปัจจุบันข้อมูลเกี่ยวกับ ชุดดับเพลิง ในท้องตลาดมีมากมาย ทั้งที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้ใช้งานเกิดความสับสนในการเลือกใช้งานเป็นอย่างมาก

อ่านเพิ่มเติม »