รถ EV ลุยน้ำได้ไหม ลึกได้แค่ไหน ชาร์จตอนฝนตกได้ไหมและข้อควรระวัง

แชร์บทความนี้

หลายคนที่กำลังกังวลหรือตัดสินใจจะซื้อ รถยนต์ EV กำลังหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจ หรือแม้แต่คนที่ใช้รถยนต์ EV แล้วมีแผนการเดินทางไปในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝากกันครับ

 

  1. รถ EV ลุยน้ำได้ไหม ? ทำไมถึงลุยได้

ขับลุยน้ำได้นะครับ

ไม่แปลกนะครับที่หลายท่านจะกังวล เนื่องจากแหล่งพลังงานของรถยนต์ EV ก็มาจากแบตเตอรี่ และแบตเตอรี่ก็ไม่ถูกกับของเหลว ที่อาจจะรั่วซึมเข้าไปได้ เช่นเดียวกับ มือถือนะครับ ที่จะมีมาตรฐานการป้องกันน้ำเข้า น้ำรั่วซึม กันฝุ่นรวมไปถึงการกระแทก ที่มีชื่อว่า IP ( International Protection Standard )

 

มาตรฐาน IP ที่ถูกสร้างขึ้นโดย International Electrotechnical Commission ( IEC ) เพื่อให้อุปกรณ์มีมาตรฐานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ผู้ใช้งานวางใจในการใช้งานอุปกรณ์นั้นๆ

 

โดยมาตรฐาน IP นั้นจะมีตัวเลขแสดงระดับการป้องกันอยู่ 2 หลักครับ IP00 โดยตัวเลขแรกแสดงถึงระดับการป้องกันจาก ของแข็ง รวมไปถึงฝุ่น ตั้งแต่ระดับ 0 – 6 ครับ

ส่วนตัวเลขหลักที่ 2 แสดงระดับการป้องกันของเหลว ซึ่งมีระดับการป้องกันที่ระดับ 0 – 8 ซึ่งเลข 0 นั้นหมายถึง ไม่สามารถป้องกันได้เลย

 

อย่างไรก็ตาม มาตรฐานของอุปกรณ์ในรถยนต์ EV นั้น ”ส่วนใหญ่”จะผ่านมาตรฐานที่ระดับ IP67 ไปจนถึง IP68 ทั้งนี้อย่าลืมเช็ค เอกสาร SPEC รถยนต์ของท่านด้วย ว่าสามารถจมน้ำได้ในระดับไหน

 

2.แล้วรถยนต์ EV ลุยน้ำได้แค่ไหน ?

อย่างที่กล่าวไว้ครับ รถยนต์ EV สามารถลุยน้ำได้ แต่จะมีระยะที่ปลอดภัยสามารถลุยน้ำได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ อยู่ที่ 10 – 15 cm. หรือไม่ควรเกิน ครึ่งล้อรถนั้นเองครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความสูงของรถด้วยเช่นกัน หากรถมียกความสูงขึ้น ระยะปลอดภัย ก็สูงขึ้นเช่นกัน

3.ฝนตกแล้วชาร์จได้ไหม

ชาร์จได้ครับ จริงๆแล้วตัวที่ชาร์จนี้ออกแบบมาให้สามารถชาร์จได้ตอนฝนตก อยู่แล้ว ตัวแท่นชาร์จมีการติดตั้งระบบสายดินรวมถึงการถ่ายเทน้ำเพื่อไม่ให้มีน้ำขังอีกด้วย หรือแม้กระทั่งตัวรถยนต์ EV เองก็มีระบบที่จะตรวจจับการลัดวงจร หากมีการลัดวงจรระบบก็จะตัดอัตโนมัติเช่นกันครับ

4. ข้อควรระวัง

หากรถของท่านเคย ประสบอุบัติเหตุ อาจจะทำให้ ชิ้นส่วนการซีลกันน้ำต่างๆ ได้รับความเสียหายและชำรุด อาจทำให้น้ำเข้าได้ และเกิดความเสียหายได้ ที่สำคัญหลังจากขับรถลุยน้ำท่วมแล้ว ผู้ขับขี่อย่าลืมเผื่อระยะเบรก ส่วนถ้าน้ำเข้ารถ ควรนำไปศูนย์รื้อพรมออกตากแดดให้แห้ง เปิดประตูไล่ความชื้นออก

และทางที่ดีที่สุด เพื่อให้เกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น ตรวจสอบประกันภัยว่าคุ้มครองด้วยหรือไม่ เพื่อติดต่อทำเคลม

 

ขอบคุณ ข้อมูลดีๆจาก

https://www.nemaenclosures.com/blog/ingress-protection-ratings/

https://www.springnews.co.th/news/infographic/829440