การเลือกตู้จัดเก็บสารเคมี

แชร์บทความนี้
การเลือกตู้จัดเก็บสารเคมี

 

 

การเลือกตู้จัดเก็บสารเคมี: ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา

การจัดเก็บสารเคมีอย่างปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น โรงงานผลิต, ห้องปฏิบัติการ, โรงพยาบาล และสถาบันการศึกษา การเลือก ตู้จัดเก็บสารเคมี ที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย, การรั่วไหล และอันตรายต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน

1. ประเภทของสารเคมีที่ต้องการจัดเก็บ

  • สารไวไฟ (Flammable Chemicals): ต้องเก็บในตู้กันไฟที่ทำจากวัสดุทนไฟ มีระบบระบายอากาศ และผ่านมาตรฐาน NFPA 30 หรือ OSHA 1910.106
  • สารกัดกร่อน (Corrosive Chemicals): ควรใช้ตู้ที่มีวัสดุทนต่อการกัดกร่อน เช่น โพลีเอทิลีน
  • สารออกซิไดซ์ และสารรีแอคทีฟ: ต้องเก็บในตู้เฉพาะที่ป้องกันปฏิกิริยาเคมี
  • สารพิษ: ควรมีระบบล็อกป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

2. วัสดุของตู้จัดเก็บสารเคมี

  • เหล็กเคลือบพิเศษ: เหมาะสำหรับสารไวไฟ
  • โพลีเอทิลีน: ทนต่อสารกัดกร่อน เช่น กรดและด่าง
  • สเตนเลสสตีล: ใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องการความสะอาดสูง

3. ขนาดบรรจุของตู้จัดเก็บสารเคมีตามมาตรฐาน OSHA

ประเภทตู้ ขนาดบรรจุสูงสุด การใช้งานที่แนะนำ
ตู้ขนาดเล็ก 4 – 12 แกลลอน (15 – 45 ลิตร) เหมาะสำหรับห้องแล็บขนาดเล็ก
ตู้ขนาดมาตรฐาน 30 แกลลอน (114 ลิตร) เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมขนาดกลาง
ตู้ขนาดกลาง 45 – 60 แกลลอน (170 – 227 ลิตร) ใช้ในโรงงานขนาดใหญ่
ตู้ขนาดใหญ่พิเศษ 90 แกลลอน (341 ลิตร) สำหรับสถานประกอบการที่ต้องเก็บสารไวไฟจำนวนมาก

หมายเหตุ:

กฎข้อบังคับเกี่ยวกับปริมาณการจัดเก็บสารเคมีในพื้นที่ทำงาน

ตามมาตรฐาน OSHA 1910.106 และ NFPA 30, มีข้อกำหนดเพื่อความปลอดภัยในการจัดเก็บสารไวไฟในสถานที่ทำงานดังนี้:

1. ปริมาณการจัดเก็บสูงสุดในตู้จัดเก็บสารไวไฟ

  • ไม่เกิน 120 แกลลอน (454 ลิตร) สำหรับของเหลวไวไฟ Class I, II, IIIA
  • ไม่ควรมี ตู้จัดเก็บสารไวไฟเกิน 3 ตู้ ในพื้นที่เดียวกัน ยกเว้นมีระยะห่าง 30 ฟุต (9.1 เมตร) หรือมีผนังกันไฟกั้น

2. ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย

  • ต้องมีระยะห่าง 3 ฟุต (1 เมตร) ระหว่างตู้แต่ละใบ
  • ระบบ ระบายอากาศที่ดี เพื่อป้องกันการสะสมของไอระเหยไวไฟ
  • ควบคุมอุณหภูมิ เพื่อลดการระเหยและความเสี่ยงจากอัคคีภัย

3. การใช้ห้องเก็บสารเคมี (Chemical Storage Room)

  • ใช้เมื่อปริมาณสารเคมีเกิน 120 แกลลอน
  • ต้องมี ผนังกันไฟ, ระบบระบายอากาศ และถาดรองรับการรั่วไหล

4. ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม

  • ต้องทำจากเหล็ก หนา 18 gauge (1.2 มม.) พร้อมโครงสร้างสองชั้น
  • ต้องมี ระบบล็อกสองจุด เพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ต้องมี ช่องระบายอากาศ พร้อมตัวกรอง
  • มีป้ายเตือน “FLAMMABLE – KEEP FIRE AWAY”
  • ถาดรองรับการรั่วไหล (Spill Containment Sump) – ต้องสามารถรองรับของเหลวรั่วไหลได้ไม่น้อยกว่า 2 นิ้ว (5 ซม.) จากฐานของตู้

5. การติดฉลากและสีของตู้จัดเก็บสารเคมี

  • ตู้สีเหลือง: ใช้สำหรับสารไวไฟ
  • ตู้สีน้ำเงิน: ใช้สำหรับสารกัดกร่อน
  • ตู้สีแดง: ใช้สำหรับสารไวไฟ ที่เสี่ยงระเบิด
  • ตู้สีเขียว: ใช้สำหรับสารเคมีทั่วไป

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ การเลือกสีตู้จัดเก็บสารเคมี

 

6. การบำรุงรักษาและตรวจสอบตู้จัดเก็บสารเคมี

  • ตรวจสอบโครงสร้างของตู้เป็นประจำ
  • เช็คระบบล็อกและซีลปิดให้แน่นหนา
  • ทำความสะอาดตู้และตรวจสอบการรั่วไหลของสารเคมี

สรุป

การเลือก ตู้จัดเก็บสารเคมี ต้องพิจารณาประเภทของสารเคมี, วัสดุที่ใช้, มาตรฐานความปลอดภัย, ระบบระบายอากาศ, และขนาดที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดเก็บสารเคมีเป็นไปตามข้อกำหนดและปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน

ปวดแบบนี้ ต้อง ประคบร้อน หรือ ประคบเย็น ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ทำถูกจะลดอาการบาดเจ็บได้เยอะมาก

แชร์บทความนี้

แชร์บทความนี้การประคบร้อนและประคบเย็น: คู่มือการใช้ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ กา

อ่านเพิ่มเติม »

ขับรถลุยน้ำท่วมอย่างไร ไม่ให้เครื่องดับ ถ้าเครื่องดับทำยังไง และหลังลุยน้ำแล้วต้องตรวจเช็คอะไรบ้าง

แชร์บทความนี้

แชร์บทความนี้จากสถานการณ์ฝนตกหนักล่าสุด ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ทางส

อ่านเพิ่มเติม »