ในสถานการณ์การระบาดของไวรัสการส่วมใส่หน้ากากและการเว้นระยะห่าง กลายเป็นเรื่องพื้นฐานที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน หน้ากากในท้องตลาดก็มีมากมายให้เลือกหานำไปใช้ เราจะเห็นความหลากหลายของหน้ากากตั้งแต่ถูกยันแพง การเรียกขานประเภทของหน้ากากบางทีก็เกิดความสับสนไม่มากก็น้อย บทความนี้เราจะมาดูคำอธิบายการเรียกขานหน้ากากในแต่ละประเภทที่อ้างอิงสากลกันดูสักหน่อย โดยหากพิจารณาจากข้อมูลของทาง FDA (Food and Drug Administration)* ฝั่งมาตรฐานของทาง USA ที่มักจะคุ้นหูคนไทยอย่างเราๆ ให้คำอธิบายพอสรุปเบื้องต้นได้ประมาณนี้
Face masks (หน้ากากทั่วไป)
เป็นหน้ากากที่มีหรือไม่มีแผ่นป้องกันใบหน้า ปิดจมูกและปากของผู้ใช้ อาจมีหรือไม่มีการวัดระดับประสิทธิภาพในการกรองของเหลว ไม่ได้มีการส่งทดสอบมาตรฐานหรือมีใบรับรอง มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์การใช้งานทั่วไป ไม่ได้มุ่งหวังในทางการแพทย์ และไม่ถือว่าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถสวมใส่เพื่อเป็นตัวควบคุมแหล่งกำเนิด ตามคำแนะนำของ CDC* เกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อได้
Surgical masks/Medical (หน้ากากอนามัยทางการแพทย์)
เป็นหน้ากากที่ปิดจมูกและปากของผู้ใช้ เพื่อเป็นเกราะป้องกันทางกายภาพของของเหลวและวัสดุที่เป็นฝุ่นละออง หน้ากากอนามัยชนิดนี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ ถือเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ (สำหรับประเทศไทยจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ อ.ย.ของประเทศไทย) สำหรับในอเมริกา หน้ากากที่จะถูกจัดว่าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ Surgical/ Medical Mask จะต้องมีการรับรองการทดสอบ การป้องกันของเหลวและการทดสอบการซึมผ่าน Class I หรือ Class II ในมาตรฐาน ASTM F2100 ตามข้อกำหนด 21CFR878.4040 ของ FDA ในมาตรฐาน ฝั่ง USA และ EN14683 ของทางฝั่ง EU ซึ่งจะมีหัวข้อสำคัญๆในการทดสอบตามรายละเอียดในรูปด้านล่าง
อ้างอิงรูปจากเอกสารของ จาก WHO Webinar on personal protective equipment production
แม้ว่าหน้ากากอนามัยอาจมีประสิทธิภาพในการป้องกันการกระเด็นและละอองอนุภาคขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ให้การป้องกันอย่างสมบูรณ์แบบจากเชื้อโรคและสารปนเปื้อนอื่น ๆ เนื่องจากมีช่องว่างระหว่างพื้นผิวของหน้ากากและใบหน้าของผู้สวมใส่ หน้ากากอนามัยจึงไม่ใช่อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจที่สามารถวัดประสิทธิภาพได้เหมือนที่ใช้ในอุตสาหกรรม เราจะเรียกว่าหน้ากากแบบที่ใช้ในอุตสาหกรรมว่าอุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ (Respirator) ความแตกต่างในเบื้องต้นได้อธิบายเปรียบเทียบไว้ในบทความนี้
Respirators (เครื่องช่วยหายใจ)
แม้ว่าหน้ากากอนามัยอาจมีประสิทธิภาพในการป้องกันการกระเด็นและละอองอนุภาคขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ให้การป้องกันอย่างสมบูรณ์แบบจากเชื้อโรคและสารปนเปื้อนอื่น ๆ เนื่องจากมีช่องว่างระหว่างพื้นผิวของหน้ากากและใบหน้าของผู้สวมใส่ หน้ากากอนามัยจึงไม่ใช่อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจที่สามารถวัดประสิทธิภาพได้เหมือนที่ใช้ในอุตสาหกรรม เราจะเรียกว่าหน้ากากแบบที่ใช้ในอุตสาหกรรมว่าอุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ (Respirator) ความแตกต่างในเบื้องต้นได้อธิบายเปรียบเทียบไว้ในบทความนี้ Surgical Mask VS N95 แตกต่างอย่างไร ใช้อย่างไร (thai-safetywiki.com)
แหล่งที่มาของข้อมูล
Face Masks, Including Surgical Masks, and Respirators for COVID-19 | FDA
CFR – Code of Federal Regulations Title 21 (fda.gov)
Coronavirus disease (COVID-19): Masks (who.int)
อักษรย่อ
* FDA (Food and Drug Administration) องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหน่วยงานจากรัฐบาลกลาง โดยคอยทำหน้าที่สอดส่องดูแลสวัสดิภาพด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับการใช้ยา อาหาร อุปกรณ์ทางการแพทย์ และเครื่องสำอางต่างๆ ของชาวอเมริกัน
* CDC (Centers for Disease Control) หน่วยงานป้องกันโรคติดต่อในสหรัฐอเมริกา
จากอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากสารเคมีในภาคอุตสาหกรรมที่รู้จักกันอยู่ในวงแคบๆสู่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุด และมีความจำเป็นสำหรับบุคลากรที่ต้องปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข ที่เป็นผลพวงมาจากสถานการณ์ การการระบาดของไวรัสที่เรามักจะเรียกว่า PAPR เราจะมารู้จักสิ่งที่เรียกว่า PAPR ว่ามันคืออะไร ทำงานอย่างไร
PAPR ชื่อเต็มคือ (powered air-purifying respirators) แปลง่ายๆก็คือเครื่องช่วยหายใจแบบมีพัดลมช่วยดูดอากาศ ที่ส่งอากาศมาให้เราหายใจแบบง่ายๆสบายๆ แรกเริ่มเดิมทีก่อนที่จะมีเจ้าตัวนี้ ท่านที่ใส่หน้ากากอนามัยคงจะรู้สึกอึดอัดหายใจลำบาก ลำพังหน้ากากอนามัยแบบบางๆที่เราเรียกว่า 3-ply ที่ประสิทธิภาพการกรองไม่ได้มากนักใส่นานๆก็เริ่มอึดอัดแล้ว ลองนึกถึงบุคลากรที่ต้องใส่หน้ากากที่ประสิทธิภาพการกรองมากกว่า 95% ขึ้นไปจะหายใจลำบากแค่ไหน สำหรับการที่จะต้องใส่ทั้งวัน ดังนั้นเจ้าตัว PAPR จึงเข้ามาเป็นอัศวินม้าขาวและมีบทบาทเป็นตัวช่วยให้ทำงานได้สบาย และนานขึ้น
หลักการทำงานของตัวอุปกรณ์ PAPR พื้นฐานแล้วก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนยุ่งยาก หลักๆก็จะประกอบไปด้วย ตัวพัดลมส่งอากาศ ท่อส่งอากาศ ฮูดคลุมศรีษะ และใส้กรอง
จุดในการพิจารณเลือก PAPR ไปใช้งานจะอยู่ที่ใส้กรอง และตัวฮูดคลุมศรีษะ หากใช้ในการป้องกันสารเคมีก็ต้องเลือกฮูดคลุมศรีษะกับใส้กรองที่เป็นแบบกันสารเคมี โดยใส้กรองจะต้องเลือกให้ตรงกับสารเคมีที่จะป้องกัน หากใช้สำหรับงานป้องกันไวรัส ก็ต้องเลือก ฮูดคลุมศรีษะกับใส้กรองกันไวรัส ส่วนใหญ่หากเป็นมาตรฐานฝั่งยุโรป ใส้กรองก็จะเป็น P3 ประสิทธิภาพการกรอง 99.95% ถ้าให้หายใจเองแบบไม่มีพัดลมคงไม่ไหว
หัวใจสำคัญคือ มาตรฐานที่ต้องผ่านการทดสอบ โดยพื้นฐานแล้วถ้าเป็นฝั่งยุโรปก็จะเป็นมาตรฐาน EN12941,EN12942 (TH3) ,สำหรับใส้กรอง particle ก็จะเป็น EN143
ชนิดของใส้กรองในการป้องกันตามสารเคมีที่สามารถเลือกใช้ได้หลากหลาย
References
https://www.3mscott.com/product_categories/respiratory-protection/
บทความเกี่ยวเนื่อง
Surgical Mask VS N95 แตกต่างอย่างไร ใช้อย่างไร
https://thai-safetywiki.com/respirator/112-surgical-mask-vs-n95
การเลือกชุดป้องกันเชื้อโรคและสารเคมี
https://thai-safetywiki.com/protective-clothing/116-how-to-choose-coverall
แนะนำการเลือกหน้ากากกันโรค
https://thai-safetywiki.com/respirator/111-how-to-choose-mask
facebook : Thai-Safetywiki
ติดต่อเรา : Thai-Safetywiki