วัคซีนงูสวัดจำเป็นไหมสำหรับผู้สูงอายุ

แชร์บทความนี้

ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อโรคงูสวัด (Shingles) มากขึ้นเนื่องจากปัจจัยหลายประการที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันและอายุที่เพิ่มขึ้น ดังนี้:

ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อโรคงูสวัดมากขึ้นเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลงตามอายุ ประวัติการติดเชื้ออีสุกอีใส ภาวะสุขภาพเรื้อรัง และการใช้ยาที่กดภูมิคุ้มกัน การฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัดจึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในผู้สูงอายุ

งูสวัด (Shingles) เป็นโรคที่เกิดจากการ reactivation ของไวรัส varicella-zoster virus (VZV) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดอีสุกอีใส ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคนี้ และอาจมีอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่าวัยอื่นๆ ดังนั้น การรู้จักอาการของงูสวัดและสังเกตอาการแต่เนิ่นๆ จึงสำคัญมาก

อาการเริ่มต้น (Prodromal phase)
ปวดหรือแสบร้อนบริเวณผิวหนัง: มักเป็นข้างใดข้างหนึ่งของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณลำตัว ใบหน้า หรือศีรษะ
อาจอาการคล้ายไข้หวัด: เช่น อ่อนเพลีย ปวดหัว ไข้ต่ำๆ
คันหรือชาบริเวณผิวหนัง: อาจเกิดขึ้นก่อนผื่นขึ้น 1-3 วัน

ระยะผื่นขึ้น (Active phase)
เริ่มเป็นผื่นแดงและกลายเป็นตุ่มน้ำเล็กๆ เรียงตัวเป็นกลุ่ม (คล้ายอีสุกอีใส) บริเวณผิวหนังที่ปวดหรือแสบมาก่อน ตุ่มน้ำจะแตกออกและตกสะเก็ดภายใน 7-10 วัน
โดยตำแหน่งที่พบบ่อยเช่น ลำตัว (โดยเฉพาะรอบเอวหรือหน้าอก), ใบหน้า, ศีรษะ, หรือตา

อาการปวดรุนแรง
ผู้สูงอายุอาจมีอาการปวดรุนแรงบริเวณผื่นหรือตุ่มน้ำ ซึ่งอาจคงอยู่แม้ผื่นหายแล้วแต่อาการปวดนี้อาจเป็นเรื้อรังและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตยาวนานซึ่งอาจเป็นปี

หากงูสวัดเกิดบริเวณใบหน้า เช่นดวงตา หรือไกล้ดวงตา
หากงูสวัดเกิดบริเวณใบหน้าและกระทบเส้นประสาทตา อาจทำให้เกิดอาการตาแดง ปวดตา ตาพร่า หรือไวต่อแสง หากไม่รักษาอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ต้อหินหรือตาบอดได้

อาการทางระบบประสาท
อาจมีอาการปวดตามแนวเส้นประสาทที่ไวรัสทำลาย หากงูสวัดเกิดบริเวณเส้นประสาทใบหน้า (Ramsay Hunt syndrome) อาจทำให้ใบหน้าอ่อนแรงหรือชาได้

วัคซีนงูสวัดจำเป็นหรือไม่ ทำไมถึงมีราคาแพง
อย่างที่ทราบจากผลกระทบหากผู้สูงอายุเป็นงูสวัด ซึ่งมีความเสี่ยงสูงจากภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำลง และหากเป็นและจะมีผลกระทบยาวนานหลายเดือนหรือเป็นปี เช่นอาการปวดแสบปวดร้อน
ส่งผมให้นอนไม่หลับ พักผ่านไม่เพียงพอ ร่างกายอ่อนแอลง และทำให้สามารถเกิดโรคแทรกซ้อนได้มากมาย จึงมีความจำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป

วัคซีนงูสวัดมีราคาค่อนข้างสูงเนื่องจากปัจจัยหลายประการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการวิจัยและพัฒนา การผลิต และคุณสมบัติเฉพาะของวัคซีน
ซึ่งมีกระบวนการวิจัยและพัฒนา โดยวัคซีนนี้ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ซับซ้อนกว่าเดิม ซึ่งต้องใช้เวลาวิจัยและทดสอบประสิทธิภาพอย่างเข้มงวด
และวัคซีนนี้ประสิทธิภาพสูงกว่า 90% ในการป้องกันงูสวัด และยังช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้อย่างยาวนานกว่า 10 ปี ได้อย่างมีนัยสำคัญ
วัคซีนนี้ต้องเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม (2-8 องศาเซลเซียส) เพื่อรักษาประสิทธิภาพ ทำให้มีต้นทุนการจัดเก็บและกระจายสินค้าสูงตามไปด้วย

วัคซีนงูสวัดจะต้องฉีกกี่เข็ม เพื่อคงประสิทธิภาพการป้องกัน
วัคซีนงูสวัดที่ใช้ในปัจจุบันมี 2 ชนิดหลัก คือ Zostavax และ Shingrix ซึ่งแต่ละชนิดมีจำนวนเข็มและระยะเวลาการฉีดที่แตกต่างกั
1. วัคซีน Shingrix ซึ่งแนะนำให้ใช้มากกว่า มีการฉีดจำนวน 2 เข็ม
Shingrix มีประสิทธิภาพสูงกว่า 90% ในการป้องกันงูสวัด และยังช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน แฃะประสิทธิภาพการป้องกันยังคงอยู่ได้นานหลายปี (ประมาณ 7-10 ปี หรือมากกว่า)

2. วัคซีน Zostavax มีการฉีดจำนวน 1 เข็ม
วัคซีนนี้มีประสิทธิภาพประมาณ 51% ในการป้องกันงูสวัด และลดความเสี่ยงของ PHN ได้ประมาณ 67% ประสิทธิภาพลดลงเมื่ออายุมากขึ้

สรุป
การฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัดสำหรับผู้สูงอายุเป็นมาตรการที่สำคัญในการป้องกันโรค ลดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มคุณภาพชีวิต แพทย์ควรแนะนำให้ผู้สูงอายุที่อยู่ในกลุ่มอายุที่เหมาะสม (50 ปีขึ้นไป) พิจารณาฉีดวัคซีนนี้ โดยเฉพาะหากไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ใดๆ

จุดยึดสำหรับการทำงานใน สถานที่อับอากาศ

แชร์บทความนี้

หนึ่งในการวางแผนสำหรับการทำงานใน สถานที่อับอากาศ นั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้คือแผนการช่วยเหลือฉุกเฉินในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานเกิดอุบัติเหตุ

อ่านต่อ »